[YL] Visit

posted on 22 Aug 2011 23:59 by saya-chan in YL
กลีบดอกดาวเรืองสีเหลืองถูกเด็ดออกจากขั้ว โปรยปรายอยู่เหนือหลุมศพของผม
 
สีเขียวของหญ้าตัดกับสีเหลืองเหมือนดอกไม้เล็กๆบานอยู่เต็ม
 
 
“ไงพี่ สบายดีนะ”ปราชญ์ขยำถุงพลาสติกใสไว้ในมือ“ต้องสบายสิ พี่ไปสบายแล้วนี่นะ”
 
‘อื้อ พี่สบายดี ปราชญ์ล่ะ?’
 
“ผมย้ายไปอยู่หอนิรันดร์ แถวๆมหาลัยที่ผมสอบติดแล้วนะ ว่างๆก็มาหาผมมั่ง ที่นั่นพี่น่าจะมีเพื่อนเยอะเลยแหละ”ปราชญ์หัวเราะ ที่นั่นมีอะไรกันนะ?
 
ผมจดชื่อหอที่ว่านั่นไว้ในกระดาษพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อตัวใน‘ไว้ว่างๆพี่จะไปหานะ แต่พี่ไม่รู้ว่าตัวเองจะว่างเมื่อไหร่นี่สิ ตายไปแล้วแต่ก็ต้องทำงานนะ’ยิ้มเจื่อนๆให้น้องชายตัวเองทีนึง รอยเย็บย่นเป็นริ้วๆ
 
“นี่ก็ปีที่ห้าแล้วนะที่พี่...ไม่อยู่“เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ขยำถุงพลาสติกเล่นดังกรอบแกรบ”ผมย้ายพี่มาอยู่สุสานนี้ วิวดี ไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ มีคนคอยดูไม่ให้พี่โดนขุดขึ้นมาอีก พี่ชอบมั้ย?”เขายิ้มให้มาทางผม
 
‘อื้อ สวยดีนะ ลมเย็นดี ภูเขาข้างหลังนี่ก็เขียวทั้งปีเลย’ลมพัดผ่านต้นไม้ข้างๆหลุมศพผม เสียงใบไม้เสียดสีกันฟังดูน่าผ่อนคลาย ญาติคนอื่นๆเริ่มจัดชุดเซ่นไหว้ตรงหน้า ปราญ์เลยหันไปช่วยจัดด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นของชอบของผมทั้งนั้น
 
หลังจากธูปหมดไปก็เริ่มเผากระดาษเงินกระดาษทองกันต่อ เสียดายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี พี่นลที่ยืนอยู่ข้างๆบีบบ่าเบาๆเป็นเชิงเข้าใจ
 
 
 
ทุกคนเริ่มทยอยเก็บอาหาร ปูเสื่อบนพื้นปูน เริ่มตั้งวงกินข้าวกลางวันกัน ปราชญ์รีบกินแล้วเดินมานั่งคุยกับผมต่อ เรื่องที่มหาลัย เรื่องเพื่อนๆ เรื่องที่อยู่กับคนในหอพักที่อยู่ และอื่นๆอีกมากมายที่ผมตกข่าวไปเยอะ “ฝากสวัสดีลุงปุริม ป้านิวา แล้วก็คุณปู่คุณย่าด้วยนะฮะ”
 
ผมพยักหน้าให้น้อง‘เดี๋ยวจะบอกให้นะ แต่ก็อย่างที่บอกน่ะ พี่ก็งานเยอะอยู่เหมือนกัน ยังไงจะพยายามบอกให้แล้วกันนะ’
 
 
 
 
 
เขามองผมเป็นครั้งสุดท้าย ตาแดงรื้น“ผม...คิดถึงพี่นะ เป็นไปได้ วันนั้นผมจะไปหาพี่ให้เร็วกว่านั้น...”
 
 
 
 
รถตู้ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป ผมโบกมือลาน้องชาย เช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
กลีบดอกดาวเรืองสีเหลืองถูกเด็ดออกจากขั้ว โปรยปรายอยู่เหนือหลุมศพของพี่ชาย
 
สีเขียวของหญ้าตัดกับสีเหลืองเหมือนดอกไม้เล็กๆบานอยู่เต็ม
 
 
“ไงพี่ สบายดีนะ”ผมขยำถุงพลาสติกใสไว้ในมือ กะจะเอาไปทิ้งทีหลัง“ต้องสบายสิ พี่ไปสบายแล้วนี่นะ”
 
 
ไม่มีอะไรตอบกลับมานอกจากสายตาเศร้าซึมของพี่จากรูปหน้าหลุมศพ สีขาวดำยิ่งทำให้พี่ดูเศร้ามากขึ้นไปอีก
 
 
“ผมย้ายไปอยู่หอนิรันดร์ แถวๆมหาลัยที่ผมสอบติดแล้วนะ ว่างๆก็มาหาผมมั่ง ที่นั่นพี่น่าจะมีเพื่อนเยอะเลยแหละ”ผมหัวเราะ หอนั่นมีข่าวลือแปลกๆว่ามีผี อาจจะมีจริงๆล่ะมั้ง ไม่เห็นเคยเจอเลย ถ้าได้เห็นจริงๆ ผมก็น่าจะเห็นพี่ได้ แต่คงไม่ได้หรอก พี่เขาไปสวรรค์แล้วนี่นะ ผมมั่นใจอย่างนั้น พี่ปันเป็นคนดี เป็นพี่ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี ไม่มีทางลงนรกได้หรอก
 
 
“นี่ก็ปีที่ห้าแล้วนะที่พี่...ไม่อยู่“ผมขยำถุงพลาสติกเล่นดังกรอบแกรบ หาที่ทิ้งไม่ได้เลยแฮะ”ผมย้ายพี่มาอยู่สุสานนี้ วิวดี ไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ มีคนคอยดูไม่ให้พี่โดนขุดขึ้นมาอีก พี่ชอบมั้ย?”
 
ก่อนหน้านี้หลุมของพี่โดนใครไม่รู้ขุดขึ้นมา ป้านิวาจากไม่ค่อยจะดีอยู่แล้วก็ดูจะคลั่งมากกว่าเดิม หลังจากนั้นก็โดนไฟไหม้หน้าไปส่วนหนึ่งในเพ้นเฮ้าส์ ยังหาสาเหตุไม่ได้ แต่สันนิฐานกันว่าไฟฟ้าลัดวงจรตอนที่ป้าอยู่ในนั้นพอดี ไม่นานก็ติดเชื้อในกระแสเลือดจนตาย
 
 
ญาติๆเริ่มซุบซิบกันว่าอาจจะเรื่องผลประโยชน์จากมรดกขัดแย้งกัน
 
 
ก็น่าจะจริง...แต่ยังไม่มีข้อสรุปจากตำรวจที่แน่นอนนัก
 
 
 
สายลมอุ่นๆพัดมาผ่านต้นไม้ข้างๆหลุมศพ เสียงใบไม้เสียดสีกันฟังดูเหมือนพี่กำลังพูดอะไรกับผม
 
 
แต่ผมไม่เข้าใจ...
 
 
ญาติๆกับพ่อแม่ผมเริ่มจัดของเซ่นไหว้ ผมเลยผละจากพี่ เอาถุงพลาสติกนั่นไปทิ้งแล้วช่วยทุกคนจัดของ ส่วนใหญ่เป็นอะไรที่พี่ชอบทั้งนั้น
 
 
หลังจากธูปหมด เอากระดาษเงินกระดาษทองออกมาเผา ผมแอบยิ้ม ถ้าพี่ยังอยู่คงจะทำหน้าเสียดายที่อุตส่าห์พับมาซะสวยดันโดนเผาเรียบแบบนี้แน่ๆ แต่ผมก็จะเผาอยู่ดีนั่นแหละ ได้แกล้งพี่ก็สนุกดี ทุกคนเริ่มทยอยเก็บอาหาร ปูเสื่อบนพื้นปูน เริ่มตั้งวงกินข้าวกลางวันกัน
 
 
ผมรีบกินข้าวแล้วมานั่งคุยเรื่องที่มหาลัย เรื่องเพื่อนๆ เรื่องหอกับคนในหอ และอื่นๆอีกมากมายที่เกิดขึ้นในรอบปีให้พี่ฟังหันไปอีกทีทุกคนก็เก็บของขึ้นรถเรียบร้อยหมดแล้ว
 
 
“ฝากสวัสดีลุงปุริม ป้านิวา แล้วก็คุณปู่คุณย่าด้วยนะ”ผมบอกลา ปัดๆฝุ่นนออกจารูปพี่อีกที เผื่อพี่จะดูสดใสกว่านี้หน่อย
 
 
 
ถึงจะรู้ว่ายังไงพี่คงไม่มานั่งตอบผมอยู่แถวๆนี้แน่ ผมผละออกจากหลุมศพ เหลียวมองรูปพี่เป็นครั้งสุดท้าย
 
 
 
“ผม...คิดถึงพี่นะ เป็นไปได้ วันนั้นผมจะไปหาพี่ให้เร็วกว่านั้น...”
 
 
 
แล้วผมก็ขึ้นรถตู้ ไม่หันไปมองพี่อีก
 
 
ไม่งั้นพี่ก็รู้น่ะสิว่าผมร้องไห้อยู่...
 
---------------------------------------------------------
 
ผมยืนมองนายน้อยที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ที่ไม่ห่างจากหลุมศพเท่าไหร่นัก
 
ได้ยินเสียงทักทายของคนในตระกูลที่มารวมตัวกัน แน่นอน หนึ่งในนั้นต้องเป็นคุณปราชญ์ ญาติที่นายน้อยเรียกเสมอว่าเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆของตน
 
ผมมองกลีบดอกดาวเรืองถูกโรยไปทั่วหลุม คุณปราชญ์นั่นเอง นายน้อยเงี่ยหูฟังน้องชายคุยกับตัวเองทั้งๆที่มองไม่เห็น
 
นายน้อยไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่ยิ้มๆบ้างเล็กน้อย จะหน้าเสียก็ตรงที่เริ่มเผากระดาษกันนั่นแหละ
 
ผมได้แต่บีบบ่านายน้อยเบาๆ เขาทำหน้าเหมือนกับอยากไปกระชากมือที่ทิ้งกระดาษลงกองไฟ ผมเลยวางมือคาไว้แบบนั้น เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น สำหรับนายน้อย อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าเป็นเรื่องกระดาษ...
 
 
คนเราจะชอบในสิ่งๆหนึ่งมากขนาดไหนกันนะ? ผมได้แต่สงสัยอยู่กับตัวเอง
 
 
คุณๆเริ่มทานอาหารกัน คุณปราชญ์เหมือนจะรีบกินแล้วรีบมานั่งคุยอยู่กับป้ายหลุมศพเป็นเรื่องเป็นราว นายน้อยได้แต่ยืนยิ้มอยู่เฉยๆ
 
คนอื่นๆเริ่มเก็บของกลับขึ้นรถตู้ ก่อนคุณปราชญ์จะขึ้นรถ เขาเหลียวหลังมาหา พึมพัมอะไรบางอย่างออกมาก่อนจะขึ้นรถไป
 
 
นายน้อยเช็ดหางตา ผมไม่ถามอะไรมาก กลับเป็นสามง่ามตามปกติ กลับยมโลกพร้อมเจ้านายของตัวเอง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ครบรอบหนึ่งปีที่สมัครพอดี หนึ่งปีนี่ไม่นานเลยเนอะ..ไวจัง

Comment

Comment:

Tweet

การที่อยู่ใกล้คนที่รักแต่ไม่สามารถโต้ตอบกันได้เป็นอะไรที่เจ็บปวดจริงๆ เข้มแข็งเข้าไว้นะปัญญา

#1 By บาบิโลน on 2011-08-23 22:18